โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน
ความเป็นมา
เป็นโครงการแรกที่เริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ โดยมุ่งเน้นให้นักเรียน ครู และผู้ปกครองร่วมกันทำการเกษตรในโรงเรียน แล้วนำผลผลิตที่ได้ มาประกอบเป็นอาหารกลางวัน โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเงิน สิ่งของ พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ วัสดุอุปกรณ์การเกษตร และอุปกรณ์การประกอบอาหารให้แก่โรงเรียนในโครงการ การดำเนินงานของโครงการนี้นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารกลางวันแล้ว ยังทำให้เด็กนักเรียนได้รับความรู้ด้านโภชนาการและด้านการเกษตรแผนใหม่ ที่สามารถนำไปใช้ประกอบเป็นอาชีพได้ต่อไป
เป็นโครงการแรกที่เริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ โดยมุ่งเน้นให้นักเรียน ครู และผู้ปกครองร่วมกันทำการเกษตรในโรงเรียน แล้วนำผลผลิตที่ได้ มาประกอบเป็นอาหารกลางวัน โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเงิน สิ่งของ พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ วัสดุอุปกรณ์การเกษตร และอุปกรณ์การประกอบอาหารให้แก่โรงเรียนในโครงการ การดำเนินงานของโครงการนี้นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารกลางวันแล้ว ยังทำให้เด็กนักเรียนได้รับความรู้ด้านโภชนาการและด้านการเกษตรแผนใหม่ ที่สามารถนำไปใช้ประกอบเป็นอาชีพได้ต่อไป
จังหวัดสตูลดำเนินงานโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตำรวจตรเวนชายแดนจำนวน ๒ โรงได้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนยูงทองรัฐประชาสรรค์ และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านส้านแดงโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนยูงทองรัฐประชาสรรค์ หมู่ที่ 4 ตำบลควนกาหลง อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล
ข้อมูลพื้นฐานโรงเรียน
โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนยูงทองรัฐประชาสรรค์
ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 4 บ้านลำปาด ตำบลควนกาหลง อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ได้เปิดทำการเรียนการสอน เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2529 โดยนายผดุง สิทธิทิปธำรง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ตำบลควนกาหลง
อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล
ร่วมกับราษฎรในหมู่บ้านได้ก่อสร้างอาคารเรียนชั่วคราวขึ้น จำนวน 1 หลัง 3
ห้องเรียน พร้อมจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องใช้ที่จำเป็นต่างๆ โรงเรียนมีเนื้อที่ประมาณ
10 ไร่ โดยนายปราโมทย์ สังข์หาญ
เป็นผู้บริจาคที่ดิน
มีนักเรียนจำนวน 40 คน ครูตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 4 นาย ในขณะนั้น
ต่อมาชมรมอาสาพัฒนาวิทยาลัยช่างกลปทุมวัน กรุงเทพ
ได้ทำการก่อสร้างอาคารเรียนกึ่งถาวร จำนวน 1 หลัง พร้อมวัสดุ อุปกรณ์ ห้องน้ำ
ห้องส้วม 2 หลัง
ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้สนับสนุนงบประมาณสร้างอาคารเรียนกึ่งถาวร
ให้อีก 3 ห้องเรียน พร้อมโต๊ะ เก้าอี้ และต่อมาเมื่อปี 2547
สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตภาคใต้
ได้ทำการก่อสร้างอาคารตึกถาวรชั้นเดียว จำนวน 1 หลัง 4 ห้องเรียน
ปัจจุบันโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนยูงทองรัฐประชาสรรค์ มีครูตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 6 นาย ผู้ดูแลเด็กเล็ก จำนวน 2 คน มีนักเรียนทั้งหมด 104 คน ชาย 56 คน หญิง 48 คน การดำเนินงานโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนยูงทองรัฐประชาสรรค์
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้นักเรียนและเยาวชนมีอาหารกลางวันและได้รับสารอาหารครบถ้วนตามหลักโภชนาการตลอดปีการศึกษา
2. เพื่อให้นักเรียนมีความรู้และมีทักษะทางด้านการเกษตร การแปรรูผลผลิตทางการเกษตร สามารถพึ่งพาตนเองและนำไปปฏิบัติในท้องถิ่นได้
3. มีแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรและแหล่งพันธุ์ที่ดีสู่ชุมชน
โดยมุ่งเน้นให้ใช้ผลผลิตการเกษตรที่ผลิตขึ้นภายในโรงเรียนมาประกอบอาหาร โดยสนับสนุนให้โรงเรียนมีกิจกรรมดังนี้
1. พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร โดยการใช้จุลินทรีย์เพื่อบำบัดน้ำเสีย
2. ผลิตอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการในโรงเรียน ทั้งเนื้อสัตว์ ปลา ถั่วเมล็ดแห้ง พืชผัก และผลไม้ที่หลากหลายเหมาะสมกับท้องถิ่น โดยเฉพาะกล้วยและมะละกอ โดยใช้รูปแบบการเกษตรแบบผสมผสานและชีววิธี ให้มีผลผลิตที่หลากหลายหมุนเวียนกันอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับแผนการประกอบอาหารของโรงเรียน
3. ส่งเสริมให้มีการถนอมอาหารจากผลผลิตทางการเกษตร เช่น กล้วย ปลาดุก ไข่ เพื่อเก็บไว้ใช้ในฤดูขาดแคลน
4. ประกอบอาหารกลางวันและอาหารเสริมที่มีคุณค่าและถูกสุขลักษณะ
5.เฝ้าระวังและติดตามทางโภชนาการ รวมทั้งการตรวจสุขภาพและปรับปรุงภาวะโภชนาการของนักเรียนและของชุมชน
6. จัดการเรียนการสอนเรื่องการเกษตรและโภชนาการในโรงเรียนให้สอดคล้องกับกิจกรรมของโครงการ
วัตถุประสงค์
เพื่อให้นักเรียนมีอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการบริโภคตลอดปีการศึกษา โดยใช้ผลผลิตการเกษตรที่ผลิตขึ้นภายในโรงเรียนมาประกอบอาหารกิจกรรมสำคัญ
๑. พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร
๒. ผลิต
อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการในโรงเรียน
ทั้งเนื้อสัตว์ ปลา ถั่วเมล็ดแห้ง
พืชผักและผลไม้ที่หลากหลายเหมาะสมกับท้องถิ่นโดยเฉพาะกล้วยและมะละกอ
โดยใช้รูปแบบการเกษตรแบบผสมผสานและชีววิธี
ให้มีผลผลิตที่หลากหลายหมุนเวียนกันอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับแผนการ
ประกอบอาหารของโรงเรียน
๓. ส่งเสริมการถนอมอาหารที่มีเหลือใช้ เพื่อเก็บไว้ใช้ในฤดูขาดแคลน
๔. ประกอบอาหารกลางวันและอาหารเสริมที่มีคุณค่า และถูกสุขลักษณะ
๓. ส่งเสริมการถนอมอาหารที่มีเหลือใช้ เพื่อเก็บไว้ใช้ในฤดูขาดแคลน
๔. ประกอบอาหารกลางวันและอาหารเสริมที่มีคุณค่า และถูกสุขลักษณะ
๕. เฝ้าระวังและติดตามทางโภชนาการ
รวมทั้งการตรวจสุขภาพและปรับปรุงภาวะโภชนาการของนักเรียนและของชุมชน
๖. จัดการเรียนการสอนเรื่องการเกษตรและโภชนาการในโรงเรียนให้สอดคล้องกับกิจกรรมของโครงการ
๖. จัดการเรียนการสอนเรื่องการเกษตรและโภชนาการในโรงเรียนให้สอดคล้องกับกิจกรรมของโครงการ



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น